คลังเก็บป้ายกำกับ: ภูมิภาค

ทุบองค์เทพช้างสามเศียร เจอพระหลายพันองค์ ชาวบ้านแห่แย่งเก็บบูชา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzYwLzM4MDAwNjYvc2Fkc2ZkdmZiZy5qcGc=
ชาวบ้านแย่งกันเก็บเหรียญหลวงพ่อใหญ่ ที่ทางเจ้าอาวาสวัดนำไปเก็บรักษาเอาไว้ในท้องช้างสามเศียรกว่าสิบปี จำนวนหลายพันองค์เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เก็บไว้บูชา

วันนี้ (7 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่นครนายก ชาวบ้านในตำบลสาริกา กว่า 20 คน ต่างแย่งกันเก็บเหรียญของหลวงพ่อใหญ่ ที่ทางพระครูรัตนคีรีรักษ์ เจ้าอาวาสวัดเขาแดง ได้เก็บรักษาเอาไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังเก็บเอาไว้บูชากัน โดยเหรียญมีมากว่า 2,000 เหรียญ

สืบเนื่องจากมีคำสั่งจากทางเจ้าคณะจังหวัดนครนายก ว่าให้ทุกวัดในจังหวัดนครนายกปฎิบัติตามคำสั่งของทางมหาเถรสมาคม ห้ามติดป้ายโฆษณาวัตถุมงคล พระเครื่องและเทวรูปต่างๆ โดยให้มีการโยกย้าย หรือทุบเทวรูปออกจากบริเวณวัด เนื่องจากปัจุบันมักจะมีพวกมิจฉาชีพอาศัยความเชื่อด้านศาสนาแสวงหาผลประโยชน์ โดยอ้างสรรพคุณของวัตถุมงคลและอิทธิฤทธิ์ของเทวรูปต่างๆ

ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีการงมงายไปมากกว่านี้จึงมีคำสั่งให้ทุกวัดทั่วประเทศที่มีองค์เทวรูปต่างๆ ให้รีบโยกย้ายโดยด่วน ซึ่งทุกวัดภายในจังหวัดนครนายกได้ให้ความร่วมมือ หลังจากทางเจ้าคณะจังหวัดเรียกประชุมเพื่อทำความเข้าใจโดยพร้อมเพียงกัน

สุดซึ้ง ป้าแม่บ้านลาออก นักเรียนจัดพิธีอำลาด้วยรักและเคารพ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzQ5LzM3NDczNzQvc3ZkYmYuanBn

(4 ต.ค.) เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล หลังจากนักเรียนโครงการ EEP (Excellent Educational Program) โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อุบลราชธานี ได้จัดพิธีอำลา “ป้าแดง” แม่บ้านที่ดูแลตึกโครงการ EEP ซึ่งมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่สามารถทำงานต่อได้ จึงลาออกจากการเป็นแม่บ้านในสิ้นเดือนกันยายน 2560 นี้

พิธีอำลาซึ่งจัดโดยนักเรียนในโครงการ EEP เริ่มต้นในตอนพักเที่ยงของวันที่ 28 กันยายน 2560 โดยนักเรียนในโครงการทั้งระดับชั้น ม.4-5-6 เข้ามานั่งในห้องประชุมของโครงการ แล้วมีตัวแทนไปเชิญป้าแดงมานั่งเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ด้านหน้า ซึ่งตอนแรกป้าแดงไม่กล้านั่ง เนื่องจากรู้สึกว่าตนเป็นเพียงแม่บ้านทำความสะอาดตึกเท่านั้น จะนั่งสูงกว่าพวกเด็กๆ นักเรียนไม่ได้ แต่สุดท้ายเมื่อเด็กๆขอร้อง จึงนั่งตามที่เด็กจัดเตรียมไว้

จากนั้นตัวแทนนักเรียน ได้มอบมาลัยดอกไม้ พร้อมกล่าวขอบคุณป้าแดง ซึ่งเป็นแม่บ้านเพียงคนเดียวของโครงการ แต่สามารถดูแลความสะอาดเรียบร้อยทั้งอาคารได้ อีกทั้งยังมีความขยันมาทำงานไม่เคยขาด มีความซื่อสัตย์ซึ่งนักเรียนมักจะลืมของไว้ที่โรงเรียน แต่ก็ไม่เคยหาย บางครั้งป้าแดงพบเห็นก็เก็บไว้ให้ สร้างความประทับใจให้กับนักเรียนทุกคน

ป้าแดง หรือ นางลำเภา ชื่นชอบ แม่บ้านโครงการ EEP โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อุบลราชธานี กล่าวว่า ตนไม่นึกว่าเด็กๆ จะจัดงานให้ขนาดนี้ เพราะตนเองก็เป็นเพียงแม่บ้านทำความสะอาดเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ ก็ตั้งใจทำงาน รักเด็กๆ ทุกคนเหมือนลูกหลาน มีบางครั้งที่หน้าตาบึ้งตึงบ้าง ก็ไม่มีอะไรเพียงแค่รู้สึกเหนื่อยบ้างเท่านั้น รู้สึกรักและผูกพันสถานที่แห่งนี้ แต่เนื่องจากตนมีสุขภาพไม่ดี ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อได้ จึงจำเป็นต้องลาออก ขอขอบพระคุณคุณครู และเด็กๆ นักเรียนทุกคนที่จัดงานให้ป้าแดงในวันนี้ด้วย ป้าแดงกล่าวท่ามกลางบรรยากาศซาบซึ้ง ต่างฝ่ายต่างมีน้ำตาซึมออกมา

ก่อนจะเสร็จสิ้นพิธี ตัวแทนนักเรียน และครู ได้มอบเงินทุนซึ่งมาจากการรวบรวมจากนักเรียนในโครงการ จากกลุ่มผู้ปกครอง และครู ให้กับป้าแดงไว้ใช้จ่ายเป็นจำนวนหนึ่งด้วย

เจ้าของเศร้า หมาแสนรู้นอนเฝ้าหน้าห้องสอบ ตกตึกม.ดังตายปริศนา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzQ0LzM3MjQ2ODYvc2Fkc2ZkZGcuanBn

มหาวิทยาลัยดัง จ.ชุมพร ที่เพิ่งมีข่าวหมาถูกวางยา 40 ตัว ล่าสุด หมาแสนรู้นอนเฝ้าเจ้าของหน้าห้องสอบ ตกตึกลงมาตายปริศนา

(1 ต.ค.) มีรายงานว่า แฟนเพจ WATCHDOG THAILAND ได้เผยเรื่องราวสุดเศร้า สุนัขแสนรู้ตามมาเฝ้านักศึกษาผู้เป็นเจ้าของที่เข้าสอบกลางภาค ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร ที่เพิ่งมีเหตุพบศพสุนัขถูกวางยาเบื่อตายเกลื่อน จู่ๆ สุนัขตัวนี้ก็ตกลงมาจากระเบียงหน้าห้องสอบชั้น 3 ลงนอนร้องทุรนทุรายก่อนสิ้นใจที่พื้น โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2560

ทั้งนี้ คณาจารย์และนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยชี้แจงข้อมูลว่าตามปกติเวลามีการสอบ อาจารย์คุมสอบและนักศึกษาก็จะนั่งสอบอยู่ในห้อง ขณะอาจารย์ที่เป็นประธานอำนวยการคุมสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็เดินสำรวจแต่ละห้อง นอกนั้นก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย แต่สุนัขที่มานอนเฝ้าเจ้าของอยู่หน้าห้องสอบ กลับตกตึกจากชั้น 3 ลงมาตาย หลังจากนั้นยามก็เร่งมาเก็บศพหมาออกไป เจ้าของต้องติดตามหาว่าซากสุนัขถูกนำไปทิ้งที่ไหน และนำกลับมาฝังเรียบร้อย ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.ปะทิว จ.ชุมพร

ล่าสุด ทาง WDT ประสาน พ.ต.อ. ประวิทย์ จันทบัตร ผกก.สภ.ปะทิว ชุมพร มอบหมาย พ.ต.ต. ธานินทร์ อินทระสระ สว.(สอบสวน) สภ.ปะทิว ชุมพร เป็นร้อยเวรเจ้าของคดี เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสืบหากล้องวงจรปิด พร้อมเตรียมสืบสวนสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์

โดยเจ้าของยังระบุด้วยว่า “โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าคงไมใช่ผีผลักหรือตกลงมาเองหรอกครับ เนื่องจากจุดที่หมาผมตกลงมานั้นเป็นกำแพงสูงประมาณเกือบถึงหน้าอกผมเลย และคิดว่าหมาคงไม่กระโดดกำแพงได้ขนาดนั้นนะครับ ขนาดไว้หลังกระบะรถยนยังไม่กล้าลงมาเลย แต่ถึงยังไงก็ผิดที่พวกผมเองด้วย ที่ปล่อยให้หมาตามไปไม่ได้เอาไว้ในห้องจนเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น สุดท้ายก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ขอให้น้องหลับให้สบายแล้วกันครับ”

อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพิ่งมีข่าวคนใจร้ายลอบวางยาเบื่อสุนัขตายหมู่กว่า 40 ตัว ไปเมื่อไม่นานมานี้

สาว 19 ตายไปแล้ว โทร.ออกได้ไง ตร.เร่งสอบปากคำเพิ่ม ยังไม่ขังผู้ต้องหา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzMzLzM2NjYwNzAvOS5qcGc=

จากคดีสะเทือนขวัญ หนุ่มแอบซ่อนตัวในห้องน้ำเพราะแอบชอบหญิงสาวเจ้าของห้อง เมื่อหญิงสาวกลับมา ก็เดินออกจากห้องน้ำ เอามีดจี้คอ หวังข่มขืน เหยื่อไม่ยอมจึงกระหน่ำแทงกว่า 20 แผลจนถึงแก่ความตาย หลังจากผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว พบหลักฐานใหม่ โทรศัพท์ของผู้ตายโทรออกไปหาเพื่อนผู้ตาย รอสอบปากคำเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ย. 60) ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พ.ต.อรรณพ นวมนาคะ ผกก. สภ.บางบัวทอง สอบถามความคืบหน้าคดี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี พนักงานคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ถูกนายธีระพงศ์ หรือ หนุ่ม อายุ 29 ปี กระหน่ำแทงกว่า 20 แผล เสียชีวิตคาห้องพัก เลขที่ C231 คอนโดแห่งหนึ่ง หมู่ 4 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 60 และสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 60

จากการสอบถาม พ.ต.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง ทราบว่า วันนี้ยังไม่ส่งผู้ต้องหาฝากขัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีประเด็นที่ต้องสอบปากคำเพิ่ม คือเรื่องโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตที่มีการโทรออกในช่วงเวลา 09.00 น.ว่า ผู้ใดเป็นคนโทร เพราะจากการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตหลังพบศพ ได้เสียชีวิตมาประมาณ 5 ชม.แล้ว แต่โทรศัพท์มีการโทรออกไปหาเพื่อนผู้เสียชีวิต และจะมีการสอบในประเด็นอื่นๆ พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานให้พร้อมและรัดกุม

3 ผู้ต้องขังแสบ ปีนฝ้าเพดาน-รั้วลวดหนาม หนีออกจากเรือนจำ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM2LzM2ODA4OTQvZHNjZHZmLmpwZw==

ผู้ต้องขังชายคดียาเสพติด 3 ราย หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน หลังถูกควบคุมตัวเพื่อการตรวจพิสูจน์

(28 ก.ย.) เวลา 11.30 น.พ.ต.ท.ไชยา เพชรงาม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากเรือนจำกลางสุรินทร์ ว่า เกิดเหตุผู้ต้องขังชายคดียาเสพติด จำนวน 3 คน ซึ่งมีลักษณะหัวโล้น มีรอยสักเต็มตัว ได้หลบหนีจากสถานที่เพื่อการควบคุมตัว และสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์ ที่เรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน บ้านไทย หมู่ที่ 3 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน แจ้งว่า ผู้ต้องขังชายทั้ง 3 ถูกควบคุมตัวในข้อหายาเสพติด โดยจะถูกควบคุมตัวเอาไว้เป็นเวลา 45 วัน

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในเรือนจำดังกล่าว พร้อมทั้งประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารร่วมในการเร่งออกติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนีเร่งด่วน

จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ต้องขังทั้ง 3 คนได้อาศัยช่วงกลางคืนปีนออกจากเรือนนอนทางฝ้าเพดาน จากนั้นคาดว่าน่าจะหลบหนีโดยการปีนกำแพงลวดหนามออกไป เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของเช้ามืดวันที่ 28 กันยายน 2560 หลังจากช่วงเช้าเจ้าหน้าที่เข้าตรวจนับจำนวนผู้ต้องขังในเรือนนอน จึงทราบเรื่อง โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังที่รอการตรวจพิสูจน์คดียาเสพติด ซึ่งมีโทษไม่ร้ายแรง ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยจะถูกควบคุมตัวไว้เป็นเวลา 45 วัน ก่อนปล่อยตัว แต่กลับพากันหลบหนีไป และขณะนี้ได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ และทหาร เร่งติดตามตัวมารับโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทาสยา! หลวงพี่ควงปืนยิงสนั่นโชว์วันพระ อ้างอยากให้กระสุนน้อยลง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM2LzM2ODI3NTAvYWZzdmRkLmpwZw==

หลวงพี่เสพยา ควงปืนลูกซองยิงขึ้นฟ้า อ้างวันนี้วันพระอยากยิงปืนให้ลูกกระสุนลดน้อยลง

(28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.พบพระ จ.ตาก ได้รับแจ้งเหตุจากพระสัมพันธ์ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ หมู่ที่ 1 ต.พบพระ จ.ตาก ว่า เกิดเหตุพระสงฆ์ยิงปืนภายในสำนักสงฆ์จนทำให้เกิดความแตกตื่น หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจ สภ.พบพระ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่รวม 30 นาย เข้าไปตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ โดยได้ปิดล้อมกุฏิหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่พักของ “พระอภินันท์” อายุ 31 ปี ซึ่งพระลูกวัดแจ้งว่าเป็นคนยิงปืนขึ้นฟ้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าล้อมพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น และตะโกนขอให้พระอภินันท์ที่เก็บตัวอยู่ภายในกุฏิให้ออกมาพบเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่เป็นผล จนเวลาผ่านไปพระอภินันท์จึงยอมเปิดประตูกุฏิห้องออกมาพบเจ้าหน้าที่ในสภาพมึนงง เหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวพร้อมนิมนต์พระอภินันท์ให้นำเข้าไปตรวจค้นภายในกุฏิ จากการตรวจค้น พบอาวุธปืนลูกซองสั้นสภาพใหม่ 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนลูกซอง 33 นัด เก็บซุกซ่อนอยู่ภายในกุฏิ เจ้าหน้าที่จึงนิมนต์พระอภินันท์ไปทำพิธีสึก ก่อนจะควบคุมตัวไปตรวจหาสารเสพติดภายในร่างกาย เบื้องต้นผลการตรวจพบสารเสพติดภายในร่างกาย จึงนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.พบพระ ต่อไ

จากการสอบสวนพระสัมพันธ์ให้การเบื้องต้นว่า พระอภินันท์ได้ขอมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นวันพระ จู่ ๆ พระอภินันท์ก็เกิดอาการผิดปกติ เดินออกจากกุฏิแล้วใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด สร้างความแตกตื่นและตกใจให้แก่พระลูกวัดที่ต่างวิ่งหนี เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จากนั้นพระลูกวัดจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาปิดล้อมจับกุมตัวดังกล่าว

หลังการสอบสวนเบื้องต้น นายอภินันท์รับสารภาพในสภาพมึนงงและยอมรับว่าเป็นคนยิงปืนขึ้นฟ้าจริง เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระและกระสุนปืนก็มีมาก จึงอยากยิงให้เหลือน้อยๆ และต้องการทดสอบปืน ไม่ได้คิดจะทำร้ายผู้ใด จากนั้นตำรวจจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พบศพสาวหน้าตาดี! ในร่องน้ำสวนสับปะรด หลังหายปริศนา 2 วัน

สาวหายตัวปริศนา 2 วัน พบเป็นศพในสวนสับปะรดภายในบ้านตนเอง พบเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ตำรวจเร่งสืบสวนหาสาเหตุ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

วันนี้ (2 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.อ.คำสิงห์ ศรียาภัย ผกก.สภ.สวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนางสาวสุนิสา อายุ 27 ปี เสียชีวิตในสภาพนอนตะแคงใส่เสื้อแขนยาวสีม่วง ท่อนล่างเปลือย อยู่บริเวณร่องน้ำติดกับสวนสับปะรด ใกล้บ้านพักเมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 60) เวลาประมาณ 17.30 น. คาดเสียชีวิตประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือหลักฐานใด ๆ เพื่อนำไปสู่ปมเหตุของการฆาตกรรม พร้อมสอบสวนนายสุจิตร สุขสวัสดิ์ บิดาผู้เสียชีวิต และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพไปยังโรงพยาบาลสวี ภายหลังแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตเพราะเกิดจากการอ่อนเพลียเป็นลม ก่อนส่งให้ญาตินำศพไปตั้งบำเพ็ญทางศาสนา

นายสมชาย เคี่ยนบุ้น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านเขาทั่ง ตำบลทุ่งระยะ อำเภอสวี เล่าว่า ตนเองได้ทราบข่าวจากในไลน์กลุ่มหมู่บ้านว่าพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง อยู่ในร่องน้ำสวนของนายสุจิตร ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสุจิตรเอง หลังจากนั้นนายสุจิตรเล่าให้ตนฟังว่า เมื่อ 2 วันก่อนได้รับลูกสาวมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน เพราะเป็นห่วงเห็นว่าอาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังคนเดียวซึ่งอยู่ใกล้กับอนามัยเขาวัวในตำบลสวี แต่ขณะที่รับมาอยู่บ้านมักจะออกไปหาเพื่อนต่างหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนใจ

ต่อมาเช้าวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมนางกรองจิตร แม่เลี้ยงนางสาวสุนิสา กำลังจะออกไปเก็บมังคุดในสวนแต่เช้า เห็นว่าประตูห้องลูกสาวยังปิดอยู่ก็เลยคิดว่ายังไม่ตื่น พอตนกลับมาจากสวนตอนเย็นก็ยังไม่พบลูกสาว แต่ก็ยังไม่เอะใจ เพราะรีบออกจากบ้านอีกรอบ เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงงานแต่งงานเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่หลังจากกลับจากงานแต่งยังไม่พบลูกสาว จึงช่วยกันออกตามหา จนมาพบอีกทีกลายเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำในสวนสับปะรด โดยอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร

จาการสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตมีอาการทางจิต เคยรักษาตัวที่โรงพยาบาลสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นออกมาอยู่บ้าน โดยไปกลับระหว่างจังหวัดชุมพรและจังหวัดชลบุรีเป็นประจำ มักไม่ค่อยจะอยู่บ้านกับบิดา และเนื่องจากเป็นสาวหน้าตาดี จึงเคยมีผู้ชายมาติดพันอยู่หลายคน แต่นางสาวสุนิสาไม่ค่อยจะสนใจแถมยังเคยชี้หน้าด่าผู้ชายวัยรุ่นในหมู่บ้านมาแล้วหลายคน

ด้าน พ.ต.อ.คำสิงห์ ผกก.สภ.สวี เปิดเผยอีกว่า คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยยังไม่สรุปสำนวนคดีเนื่องจากยังมีข้อสงสัยในการเสียชีวิต จึงขอเวลาสรุปให้แน่ชัดว่าเป็นการเสียชีวิตด้วยอาการป่วยหรือฆาตกรรมกันแน่ ซึ่งยังไม่ตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดทิ้ง