คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าวด่วน

นาซ่าเปิดภาพทรงพลัง “พายุโนรุ” ไต้ฝุ่นจ่อถล่มญี่ปุ่นตอนใต้

นาซ่าเปิดภาพอันน่าทรงพลัง “พายุโนรุ” ไต้ฝุ่นที่มีอายุยาวนานที่สุดในปีนี้ ก่อตัวพัดผ่านมาถึง 2 สัปดาห์ กำลังมุ่งหน้าถล่มทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การนาซ่าได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ที่ปฏิบัติการสำรวจและโคจรรอบโลก โดยบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนในเวลานี้ พายุไต้ฝุ่นโนรุ ยังคงสะสมพลังงานและเคลื่อนที่ช้าๆ อยู่ใจกลางทะเล

แจ๊ค ฟิชเชอร์ นักบินอวกาศได้โพสต์รูปถ่ายอันทรงพลังของพายุไต้ฝุ่นโนรุ ระหว่างที่สถานีอวกาศโคจรผ่านบริเวณที่พายุพัดผ่าน ซึ่งเผยให้เห็นรูปร่างของพายุที่สมบูรณ์แบบ ปัจจุบันพายุโนรุมีกำลังเร็วลมใกล้ศูนย์กลางราวๆ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเพิ่งลดระดับลงจากการเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น

สำหรับ พายุไต้ฝุ่นโนรุ กลายเป็นพายุที่มีพลังงานยาวนานที่สุดในปีนี้ โดยเริ่มก่อตัวตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณใกล้กับช่วงเส้นแบ่งไทม์โซน ก่อนจะพัฒนากลายเป็นพายุโซนร้อน เคลื่อนตัวช้าๆ มายังทิศตะวันตกและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใด

กระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน พายุโนรุที่คล้ายจะอ่อนกำลังและสลายตัวไป แต่กลับสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ก่อนจะเคลื่อนที่ลงทางทิศใต้ขนานไปกับประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดได้ปรับทิศทางเคลื่อนตัวไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยคาดว่าน่าจะพัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และมุ่งหน้าสู่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ต่อไป

รถบัสรับส่งนักเรียนกว่า 100 คนเบรกแตก ชนยับ 6 คันรวด

เกือบตายยกคัน รถบัสรับส่งนักเรียนกำลังเดินทางไปส่งเด็กกลับบ้าน จู่ๆ รถบัสเกิดเบรกแตก เสียหลักพุ่งชนรถยนต์อีก 6 คันรวด เคราะห์ดีทุกคนในที่เกิดเหตุปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 ก.ค. 60) ร.ต.อ.สมพร ปานจันทร์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสรับส่งนักเรียนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนรถยนต์จำนวนหลายคัน บนถนนสาย 331 ช่วงบริเวณไฟแดงจราจร 3 แยกอีซูซุ ฝั่งขาเข้า อ.สัตหีบ ม.6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงได้รุดเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรม บ้านบึง จุดบ่อวิน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบัสสีเหลือง 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 40-0733 ชลบุรี ซึ่งเป็นรับส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง โดยมีนักเรียนโดยสารมาด้วย 105 คน อยู่ในสภาพปีนเกาะกลางถนนทำให้เสาสัญญาณไฟจราจรและกล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย ห่างออกไปไม่ไกลนัก พบรถกระบะจำนวน 3 คัน รถยนต์อีก 2 คัน และรถตู้รับส่งพนักงานอีก 1 คัน ได้รับความเสียหายจากการถูกรถบัสรับส่งนักเรียนพุ่งชน

ส่วนรถยนต์ฮอนด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ศก-7850 กทม. คันหลังสุดอยู่ในสภาพด้านท้ายพังยับเยิน ซึ่งคนขับรถยนต์ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

จากการสอบถาม สิบตำรวจโท วรรณสิทธิ์ นามสม เจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจร สภ.บ่อวิน ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกำลังอำนวยความสะดวกอยู่บนถนนสายดังกล่าว ได้เห็นรถยนต์บัสรับส่งเด็กนักเรียนขับมาปกติ แต่แล้วพอจังหวะใกล้ช่วงไฟจราจร จู่ๆ รถบัสคันดังกล่าวได้เกิดเสียหลัก พุ่งชนขอบทาง ก่อนไถลไปไกลกว่า 50 เมตร และได้พุ่งชนรถจำนวน 5 คันที่จอดติดสัญญาณไฟจราจรอยู่จนทำให้ได้รับความเสียหาย

ด้านคนขับรถบัส คือ นายวรเดช อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 7 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนเองได้ขับรถส่งนักเรียนในช่วงเลิกเรียนเพื่อส่งเด็กนักเรียนทั้งหมดกลับบ้าน จู่ๆ รถก็เกิดเบรกไม่อยู่ ตนจึงตัดสินใจหักหลบรถที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรนั้น แต่แล้วก็หักหลบไม่พ้น เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นทางลงเนินซึ่งทำให้รถมีความเร็ว ก่อนที่จะพุ่งชนรถอีก 5 คัน และไถลขึ้นไปบนเกาะกลางถนน ก่อนพุ่งชนเสาสัญญาณไฟจราจรและกล้องวงจรปิดจนได้รับความเสียหาย ส่วนเด็กนักเรียนที่นั่งมาทั้งหมดจำนวน 105 คน ได้ส่งเด็กนักเรียนลงไปบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เหลือเพียง 65 คน บนรถ แต่โชคดีที่เด็กนักเรียนทั้งหมดปลอดภัย มีเพียงบางคนที่ฟกช้ำ

โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง จุดบ่อวิน ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งตัวนักเรียนทั้งหมดเดินทางกลับบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวคนขับรถบัสนักเรียนไปทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แม่ลูก4 รีบตั้งสติ หลังขับรถไปตามถนน แล้วเริ่มได้กลิ่นไหม้ ตัดสินใจรีบอุ้มลูกๆ ออกจากรถเพียงเสี้ยวนาทีไฟลุกพรึบ

เมื่อคืนวานนี้ (27 ก.ค.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรม จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์เก๋ง เหตุเกิดถนนพระราม 2 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 69 ฝั่งขาเข้า พื้นที่ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม

ที่เกิดเหตุรถยนต์เอสยูวี มิตซูบิชิ สเปซวากอน สีบรอนซ์เงิน กำลังมีเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว บริเวณส่วนเครื่องยนต์ด้านหน้ารถ โดยรถคันดังกล่าวติดตั้งระบบแก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

นางศศิธร อายุ 38 ปี เจ้าของรถและเจ้าของคาร์แคร์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับครอบครัว รวมทั้สิ้น 6 คน เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลราชบุรี ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อขับรถมาที่เกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นไหม้โชยมาเรื่อยๆ จึงตัดสนิใจจอดรถแล้วลงมาดู ก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งมาจากใต้ท้องรถ และฝากระโปรงหน้ารถตนจึงรีบวิ่งเข้าอุ้มลูกชายคนเล็ก วัย 1 ขวบเศษ และจูงลูกสาววัย 4 ขวบลงจากรถทันที โดยที่ยังมีลูกสาวอีก 2 คนและสามีรีบลงจากรถและขนของหนีออกมาอย่างชุลมุน เพียงไม่กี่นาทีก็เกิดเปลวไฟก็ลุกขึ้นมาจากห้องเครื่อง จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ นางศศิธร บอกว่าเคยเห็นข่าวบ่อยๆ แต่เมื่อมาประสบเหตุด้วยตัวเองก็รู้สึกตกใจมาก สาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากเครื่องยนต์ร้อนจัด จนสายน้ำมันซึ่งมีสภาพเก่าแตก ทำให้น้ำมันรั่วซึมออกมาจนเกิดเปลวไฟขึ้น เนื่องจากรถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊สมาแล้ว 5 ปี และจะครบกำหนดตรวจสภาพระบบแก๊ส 5 ปีแล้ว แต่ตนยังไม่มีเวลาไปตรวจเช็ค กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว
ขอบคุณที่มา. sanook

จับได้แล้ว หนุ่มตระเวนลักทรัพย์บ้านดาราผู้จัด-อดีตนางงาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ได้แล้ว หลังมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนหลายราย คนร้ายสารภาพเคยเข้าไปลักทรัพย์บ้านของผู้จัดละครชื่อดัง และ อดีตนางงามด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีโชคชัย จับกุม นายมงคล หรือ ก้อง อายุ 22 ปี ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักอยู่ใน ชุมชนชีวิตใหม่ ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายที่อาศัยอยู่บริเวณถนนโชคชัย 4 เข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเสนานิเวศน์ หมู่บ้านต.รวมโชค หมู่บ้านอมรพันธ์อีกจำนวนหลายหลัง ที่เข้ามาแจ้งความว่าถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
จากการสอบสวน นายมงคล รับสารภาพว่า ตนเองไม่มีอาชีพ จึงก่อเหตุลักทรัพย์ โดยจะลงมือช่วงเวลาประมาณ เที่ยงคืนเป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน – 24 กรกฎาคม ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านประชาชนจำนวน 11 ครั้ง ในพื้นที่โชคชัย นาคนิวาส และเสนานิเวศน์ ย่านลาดพร้าว ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดรวมจำนวน 120,200 บาท นาฬิกาข้อมือ 4 เรือน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์บ้านของ จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช นักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายมงคลมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มา 5 ครั้ง ก่อเหตุตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อปี 2558 ถูกจับคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นอกจากนี้เมื่อปี 2556 ยังเคยก่อเหตุลักทรัพย์บ้านของ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ อีกด้วย

สุดสลดใจ ภรรยาไม่เชื่อสามีตาย นอนเฝ้าศพ 4 วัน

ภรรยาไม่เชื่อสามีตาย นอนเฝ้าศพ 4 วัน จนศพพองอืดในบ้าน เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นโชยมา เข้าไปดูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ทับทิมรุดไปตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยยิ้มจินดา ถนนสิโรรส ต.สะเตง พบศพ นายสุทร อายุ 80 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่ในมุ้งครอบบริเวณหน้าเครื่องรับโทรทัศน์ เสียชีวิตมาราวๆ 4 วัน ศพเริ่มส่งมีกลิ่นเหม็น ตรวจสอบแล้วไม่พบบาดแผลใดๆ

จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว นายสุนทร อาศัยอยู่กับภรรยา อายุ 75 ปี และลูกสาว โดยที่นายสุนทรมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคชราอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงได้กลิ่นเหม็นโชยมาอย่างรุนแรงเป็นระยะๆ จึงได้มาสอบถามภรรยาของนายสุนทร แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไร

เนื่องจากภรรยานายสุนทรมีอาการ หลงๆ ลืมๆ เมื่อไปดูเห็นนายสุนทรเสียชีวิตแล้วแต่คิดว่ายังมีลมหายใจอยู่พร้อมขอร้องให้เพื่อนบ้านนำส่งโรงพยาบาล พูดตลอดเวลา ว่า “สามียังมีชีวิต กำลังนอนหลับอยู่” เพื่อนบ้านจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ส่วนสาเหตุน่าจะเสียชีวิตจากโรคชรา

รวบยกแก๊ง! รุมตื้บพลทหาร-เพื่อนสลบ ชิงรถชำแหละแต่งซิ่ง


ตำรวจบุรีรัมย์ตามรวบยกแก๊ง โจ๋รุมซ้อมพลทหารกับเพื่อนสลบกลางเมือง ก่อนชิงรถหนีไป พบยังเป็นเยาวชน อ้างเขม่นกันในสถานบันเทิง เจ้าของรถเข่าทรุด เห็นรถตัวเองเหลือแค่โครง

จากกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุรุมทำร้าย พลทหารศุภชัย อายุ 21 ปี สังกัดค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี และ นายบุญโชค อายุ 20 ปี ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณวงเวียนช้างน้อยในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เป็นเหตุให้พลทหารกับเพื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส สลบหมดสติคาที่เกิดเหตุ ก่อนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไปด้วย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุที่รุมทำร้ายพลทหารและเพื่อนได้แล้ว พบยังเป็นเยาวชนชายอายุเพียง 14-16 ปี จำนวน 6 คน ทั้งยังสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางที่ถูกลักขโมยไปกลับคืนมาด้วย โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำไปซุกซ่อนไว้ที่บริเวณป่าอ้อยบ้านหนองไผ่ ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์

ซึ่งจากการสอบสวนแก๊งเยาวชนที่ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุจริง เนื่องจากมีปัญหาเขม่นกันในสถานบันเทิง จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกลุ่มผู้บาดเจ็บมา ก่อนจะลงมือรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงย้อนกลับมาเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายยังจอดอยู่ที่เกิดเหตุ จึงได้ลักขโมยเอาได้ด้วย ก่อนจะนำไปชำแหละเอาเครื่องยนต์ ล้อ และอะไหล่อีกหลายชิ้น เพื่อนำไปแต่งรถของตัวเอง เพื่อแข่งซิ่ง แล้วนำซากรถที่เหลือก็นำไปซ่อนในป่าอ้อย

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อม ร.ต.อ.เอกพงษ์ เดชพรมรัมย์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ก็ได้ประสานให้ผู้เสียหายมาติดต่อขอรับรถคืนที่ สภ.เมือง เมื่อ นายบุญโชค ผู้เสียหาย นำหลักฐานมาติดต่อรับรถ ทันทีที่เห็นสภาพรถของตัวเองก็ถึงกับตกใจ เพราะถูกชำแหละอะไหล่ไปเกือบทั้งคัน

ส่วนแก๊งเยาวชนที่ถูกจับกุมได้ทั้ง 6 คน เบื้องต้นได้ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ร่วมกันลักทรัพย์ ซึ่งหลังจากสอบปากคำแล้วพนักงานสอบสวนก็ได้ควบคุมตัวเยาวชนทั้ง 6 คน ส่งศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อส่งต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จ.บุรีรัมย์ ต่อไป
ขอบคุณที่มา. sanook

เผ่นก่อนถูกจับสึก! เจ้าอาวาสวัดดังเมาแอ๋ ชาวบ้านกว่าร้อยขับไล่

ดื่มสุราแต่อ้างฉันยาบำรุง ชาวบ้านกว่าร้อยสุดทนรวมตัวขับไล่ แต่ไม่ทัน เจ้าอาวาสขี้เมาเผ่นแน่บก่อนถูกจับสึก

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาการเปรียญวัดกลางบ้านสังขะ ม.14 ต.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ชาวบ้านสังขะกว่า 100 คน นำโดย นายจิรกิต ศรีใสย์ กำนัน ต.สังขะ ได้รวมตัวขับไล่ พระครูวิมล กิติสาร เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านสังขะ หลังชาวบ้านพบพฤติกรรมชอบดื่มเหล้าขาว เมากร่างเป็นประจำ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ได้แจ้งตำรวจ สภ.สังขะ บุกเข้าตรวจค้นภายในกุฎิเจ้าอาวาสกลางดึก และพบกับขวดเหล้าหลายขวดวางเกลื่อนกลาด

นายจิรกิต ศรีใสย์ กำนัน ต.สังขะ เล่าว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 60 เวลา 22.00 น. ได้มีผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านโทรศัพท์มาหาตนว่า มีพระสงฆ์ในวัดเมาสุรา จึงเดินทางมาและก็พบกับเจ้าอาวาสที่มีอาการเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น ได้เชิญผู้ใหญ่ในหมู่บ้านและตำรวจเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเจ้าอาวาสวัดกลางบ้านสังขะสารภาพว่าเมาจริง แต่อ้างว่าฉันยาบำรุงกำลัง

ขณะที่การรวมตัวขับไล่ ปรากฏว่า พระครูวิมล กิติสาร เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านสังขะ ได้หลบหนีออกจากวัดไปเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาอย่างไร้ร่องรอย โดยในวันนี้ มติคณะสงฆ์อำเภอสังขะและเจ้าคณะตำบลสังขะ มีมติให้ พระครูวิมล กิติสาร เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านสังขะ พ้นจากการเป็นพระ คือ ปาราชิก