เฒ่า76ปืนดุ ยิงสาวดับ บ้านตรงข้ามทะเลาะประจําตร.

EyWwB5WU57MYnKOuiJ0KZkZ4Di3t9rvyZ9ortBuAoDgJRVc2akpWn5

เหตุพ่อเฒ่ายิงสาวใหญ่ข้างบ้านเสียชีวิตรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ร.ต.อ.ณรงค์ แก้งคำ รอง สว. (สอบสวน) สภ.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 39/2 หมู่ 3 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุพล ต้อยจตุรัส สวญ.สภ.สีบัวทอง แพทย์เวรโรงพยาบาลแสวงหา และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู พบศพ น.ส.สำเนา มโหฬาร อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน มีแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดใต้รักแร้ซ้าย กระสุนทะลุหน้าอกซ้าย

สอบสวนนายสำเริง กระจ่างพันธ์ อายุ 49 ปี สามีผู้ตาย ให้การว่า ขณะ น.ส.สำเนาภรรยาออกไป รดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ส่วนตนนั่งอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด วิ่งออกไปพบผู้ตายถูกยิงเลือดท่วมตัว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ โดยสงสัยว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นนายเจือ ด่ายแพ อายุ 76 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เพราะเคยมีเรื่องทะเลาะกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยแจ้งตำรวจมาช่วยไกล่เกลี่ย หลายครั้ง โดยนายเจือเป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าเป็นประจำ

หลังทราบเรื่อง ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมนายเจือที่หลบซ่อนอยู่ในบ้านให้ออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล จึงให้ลูกสาวมาช่วยเจรจาอีกทาง กระทั่งผ่านไป 2 ชม. นายเจือใจอ่อนยอมมอบตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าผลีผลาม เนื่องจากนายเจือเหน็บปืนลูกซองสั้นไว้ที่เอว ระหว่างเจรจาต่อรองให้วางปืน เจ้าหน้าที่ฉวยจังหวะเผลอเข้าชาร์จคุมตัวไว้ได้ ก่อนพาไปค้นบ้านพบปืนแก๊ปยาว 2 กระบอก กระบอกแรกแขวนไว้ข้างฝาบ้าน และอีกกระบอกเอาไปซ่อนไว้ใต้เตียงนอน เบื้องต้นนายเจือให้การปฏิเสธยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนยิง น.ส.สำเนา ตำรวจจึงคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก

ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.ท.จตุพล ต้อยจตุรัส สวญ.สภ.สีบัวทอง เปิดเผยคดีดังกล่าวว่า หลังตำรวจนำตัวนายเจือ ผู้ต้องหามาสอบปากคำ เพิ่มเติม ในที่สุดก็ให้การรับสารภาพว่าใช้ปืนแก๊ปยิง น.ส.สำเนา หลังก่อเหตุเอาปืนไปซ่อนไว้ใต้เตียงนอน ส่วนสาเหตุอ้างว่ามาจากเรื่องโกรธแค้นส่วนตัว เนื่องจากทั้งสองมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันหลายครั้ง เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ม.นครพนม ตั้ง กก.ตรวจสอบหาสาเหตุเครื่องฝึกบินตก ใน 30 วัน

EyWwB5WU57MYnKOuiE21vHmJXBx3UPcyAv6dOqB3Guhb5iORzKEnKx

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 59 นายธราวุฒิ บุญเหลือ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและแผนมหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยภายหลังเกิดเหตุเครื่องบินฝึกบินตก ได้มีการแถลงข่าวชี้แจง เปิดเผยว่าจากรายงานเบื้องต้น ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน พบว่าหลังจากเครื่องบินขึ้นได้ประมาณ 20 วินาที นักบินได้วิทยุรายงานหอควบคุมการบินว่า พบเครื่องยนต์ด้านซ้ายมีไฟลุกไหม้ พร้อมขอลงจอดฉุกเฉินหลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อ และพบว่าเครื่องบินได้ตกขณะเลี้ยวกลับจะลงจอด

อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนอย่างละเอียดจะต้องรอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้กลุ่มงานนิรภัยการบิน และสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำลังดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และมหาวิทยาลัยนครพนม ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยให้ทราบผลภายใน 30 วัน

ด้าน ดร.จิรศักดิ์ ชนะสิทธิ์ คณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินฝึกบิน รุ่นไดมอนด์ เอดี 42 b แบบ 2 เครื่องยนต์ 4 ที่นั่ง ชื่อศรีโคตรบูรณ์ มูลค่าราคาประมาณ 30 ล้านบาท ของวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม ตกบริเวณทุ่งหญ้า พื้นที่บ้านฐานบิน ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ห่างจากสนามบินท่าอากาศยานนครพนม ประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย คือ นายยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อายุ 54 ปี อดีต นายก อบจ.มหาสารคาม ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรแห่งชาติ สามีของ ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม นอกจากนี้ ยังมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ คำบึงรัตนะวงษา อายุ 62 ปี หัวหน้าครูฝึกการบิน นั่งขวาซ้าย และว่าที่ร้อยตรี ชิณวุฒิ นวลกลับ อายุ 36 ปี นักบินขับหน้าซ้าย

โดยภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคมที่ดูแลรับผิดชอบ เข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐานเพื่อหาสาเหตุโดยละเอียด ดำเนินตามขั้นตอนต่อไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นจากการตรวจสอบ ทางวิทยาลัยการบินนานาชาติ ยืนยันว่ามีการขออนุญาตจากท่าอากาศยานนครพนม ถูกต้อง ก่อนขึ้นทำการบิน และสามารถขอใช้เครื่องบินได้ เป็นอำนาจของวิทยาลัยการบินนานาชาติตามความเหมาะสม เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ได้มีการขออนุญาตตามระเบียบก่อนขึ้นบินในเที่ยวบินพิเศษ ไม่ใช่การฝึกบิน เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง กทม. แต่หลังบินขึ้นได้ ประมาณ 2 นาที กับเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีการติดต่อกับหอบังคับการบินว่า เครื่องยนต์ขัดข้องก่อนตกกระแทกพื้น ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยนครพนม และก่อนนี้ได้เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โชคดีนักบิน ครูฝึก นำเครื่องบินลงฉุกเฉินได้ปลอดภัย และมีการตรวจสอบเพิ่มมาตรการดูแลป้องกันมาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ทางวิทยาลัยการบินนานาชาติ จะได้มีการตรวจสอบเก็บหลักฐานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหาทางป้องกันแก้ไข และไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบัน แต่ยืนยันว่า ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง และไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ ส่วนการดูแลทางวิทยาลัยการบินนานาชาติ มีการทำประกันภัยไว้คุ้มครองเรียบร้อยในวงเงิน ประมาณ 30 ล้านบาท ที่จะต้องดูแลช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ภายหลังการตรวจสอบจะได้มีการชี้แจงถึงสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาความชัดเจน

หลายพื้นที่วิกฤติแล้ง ฝนตกน้อยยังขาดน้ำ

EyWwB5WU57MYnKOuiJ03sBbLDL3gHCu9HgZU6zdcbNi5LFb9fkNglS

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งใน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ยังคงวิกฤติมีพื้นที่เฝ้าระวังภัยแล้งมากถึง 8 ตำบล 153 ครัวเรือน ที่ ต.หนองเหล็ก อ.โกสุมพิสัย ลำห้วยบงและลำห้วยแยงตื้นเขิน ชาวบ้าน 15 หมู่บ้าน 1,500 ครัวเรือน ที่ไม่มีระบบชลประทานเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ นายนราธร ศรประสิทธิ์ นายอำเภอโกสุมพิสัย กล่าวว่า พื้นที่ 8 ตำบล 153 ครัวเรือนในอ.โกสุมพิสัย ขณะนี้แหล่งน้ำทุกแห่งแห้งขอดมีใช้เฉพาะอุปโภคบริโภคและปลูกพืชใช้น้ำน้อยเท่านั้น ในเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภคเริ่มเกิดปัญหาระบบประปาหมู่บ้านหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ บางหมู่บ้านต้องหันไปใช้ระบบน้ำบาดาลและไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำรวจหมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำ พร้อมทั้งสำรวจแหล่งน้ำผิวดิน แหล่งน้ำใต้ดิน และจัดรถบรรทุกน้ำอุปโภคบริโภคแจกจ่ายให้กับราษฎรที่ประสบภัยแล้งต่อไป

จ.นครราชสีมา หลังจากเริ่มมีฝนตกพื้นที่เหนือเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ทำให้เริ่มมีน้ำจากป่าต้นน้ำไหลลงสู่เขื่อนบ้างแล้ว โดยก่อนหน้านี้สถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนาน ทำให้ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำแชะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องจนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อสร้างเขื่อนมา ขณะเดียวกันเทศบาลนครนครราชสีมายังสูบน้ำจากเขื่อนลำแชะเพื่อผลิตน้ำประปาวันละ 3 หมื่น ลบ.ม. ทำให้ปริมาณน้ำภายในเขื่อนยังไม่กระเตื้องขึ้น และอาจจะมีแนวโน้มลดต่ำลงอีก นายจักรี ยิ่งเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำมูลบน-ลำแชะ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำดิบภายในเขื่อนลำแชะล่าสุดอยู่ที่ 50 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 275 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 18 ของความจุเขื่อนทั้งหมด ช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ทำให้มีน้ำไหลลงสู่เขื่อนแต่ก็ยังไม่มากพอ คาดการณ์ว่าหลังจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้.

นรข.เชียงราย ยึดไม้แปรรูปเตรียมส่งข้ามโขง

EyWwB5WU57MYnKOuiJ042Tq3MyMrbgyPcL3uKrh1lglbgskYozxMry

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค.59 น.อ.ชลชัย รัตนเรือง ผบ.นรข.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูปส่งข้ามฝั่งขายพ่อค้าชาวลาวทางด้านชายแดนใกล้จุดผ่อนปรนบ้านแจ๋มป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จึงได้สั่งการให้ น.ต.จตุรงค์ ขจรฟุ้ง หน.สน.เรือเชียงของ นรข.เขตเชียงราย พร้อมนายวัชระ ศักดิ์เจริญ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.8 (หาดไคร้) และฝ่ายปกครองสนธิกันนำกำลัง จนท.เฝ้าซุ่มสกัดยังจุดที่ได้รับแจ้งมา จนเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 30 พ.ค. พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยสองคันที่จุดเลยป้อมตำรวจห้วยเอียน เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปประมาณ 15 นาที พอรถต้องสงสัยขับผ่าน ร.ร.บ้านห้วยเอียน ใกล้ทางเข้าจุดดังกล่าว ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร แต่ขับเลยทางเข้าจุดสำหรับลงไม้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องหา 2 คน เปิดประตูวิ่งหนีไปใน บริเวณป่าช้าบ้านแจ่มป๋อง อาศัยความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ 2 คัน ยี่ห้อนิสสัน สีแดง บน 4355 พะเยา และยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน บน 2382 พะเยา ตรวจสอบ ท้ายกระบะมีไม้ชิงชันแผ่นเหลี่ยม จำนวน 55 ท่อน ขนาดยาว 2 เมตร ปริมาตร 2.81 ลบ.ม.
น.ต.จตุรงค์ เปิดเผยภายหลังการตรวจยึดว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ทาง นรข.ได้ติดตามมา 3 คืน บริเวณใกล้จุดผ่อนปรน ซึ่งเป็นจุดลงไม้ได้สะดวก โดยทิ้งไม้ลงไปโดยไม่ต้องแบกลงมาจบได้ในวันนี้ หลังตรวจค้นละเอียดพบว่าไม้มีสภาพชื้นและมีดินติดมาด้วย น่าจะมีการพักไม้ในพื้นที่ไม่ห่างจากจุดตรวจยึด และพบโทรศัพท์ผู้ต้องหาในรถยนต์กระบะโตโยต้า และตรวจสอบพบว่า รถนิสสัน เป็นของนายเฉลิมพล บุญถึง บ้านเลขที่ 150 ม.8 ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา ส่วนรถโตโยต้า เป็นของ นายอนันต์ ก๋องแก้ว บ้านเลขที่ 240/1 ม.8 ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา จึงทำบันทึกตรวจยึด และนำของกลางส่ง สภ.เวียงแก่น เพื่อขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

อกหมายจับ เสี่ยฟิตเนส

EyWwB5WU57MYnKOuiJ0KZryWtOrQ6AISIUwRlaS3WGXVHUvHTY6zSO

จากเหตุเพลิงไหม้อาคาร 2 ชั้น ที่กำลังก่อสร้างสถานบันเทิง “ตะวันแดงสาดแสงเดือน” สาขาสุขสวัสดิ์ ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ อยู่ที่ชั้นล่างของตัวอาคาร เปลวเพลิงลุกโหมก่อกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นไปบนชั้น 2 ที่เปิดให้บริการฟิตเนส “พีจี ฟิตเนส เฮลตี้ แอนด์ รีแล็กซ์” ทำให้นายวุฒิชัย ตูมชาติ อายุ 34 ปี และนายเกียรติศักดิ์ แสงกิตติธัม อายุ 34 ปี ลูกค้าฟิตเนสสำลักควันขาดอากาศหายใจเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงสายวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ยื่นคำร้องขอศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับนายชิษณุพงศ์ ยะอ้อน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134/249 ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ เจ้าของร้านฟิตเนส “พีจี ฟิตเนส เฮลตี้ แอนด์ รีแล็กซ์” ศาลอาญาธนบุรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ออกหมายจับ เลขที่ จ.371/2559 ลงวันที่ 27 พ.ค.59 ในข้อหา กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่นายชิษณุพงศ์ติดต่อพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อขอมอบตัวในวันที่ 30 พ.ค.นี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนพยายามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.กล่าวว่า หลังลงไปเร่งรัดสำนวนกับทางพนักงานสอบสวน กระทั่งศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งออกหมายจับนายชิษณุพงศ์ ในข้อหา กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แม้ผู้ต้องหาจะติดต่อขอเข้ามอบตัวในวันที่ 30 พ.ค.นี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนพยายามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้ เหตุที่ต้องออกหมายจับเจ้าของฟิตเนสก่อน เนื่องจากเกิดเหตุผู้เสียชีวิตในสถานที่ดังกล่าว ในส่วนร้านตะวันแดงสาดแสงเดือน ต้นเพลิง อยู่ระหว่างเร่งรัดผลตรวจที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกคน

สะเทือนใจ พ่อวูบเป็นลมล้มกลางโต๊ะข้าว

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwMC8yMDAxMDA2L25ld3MxMi5qcGc=

การสอบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องหลังจากที่เมื่อวานนี้ ทหารจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 30 นาย นำโดย พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ บุกทลายบ่อนการพนันภายในซอยแบริ่ง 13 แยก 3 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นบ่อนขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีนายตำรวจ สน.บางนา นายใด เกี่ยวข้องกับบ่อนดังกล่าวบ้าง เบื้องต้น มีคำสั่งโยกย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 นาย ไปช่วยราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป มีรายงานระบุว่า กองบังคับการตำรวนครบาล 5 ได้มีคำสั่งให้ 1.พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รอง ผบก.น.5 รักษาราชการแทน พ.ต.อ.อุดม ธุระงาม ผกก.สน.บางนา 2.พ.ต.ท.ธารา เทพวณิช รอง ผกก.อก.บก.น.5 รักษาราชการแทน รอง ผกก.ป.สน.บางนา 3.พ.ต.ท.สิราวิชญ์ นวมดี รอง ผกก.สส.สน.ท่าเรือ รักษาราชการแทน รอง ผกก.สส.สน.บางนา 4.พ.ต.ท.ภฤศ ฉายวัฒนะ สวป.สน.บางนา ไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.5 และ 5.พ.ต.ต.ปรัชญา บุญยืน สว.สส.สน.บางนา ไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.5 นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทั้งนี้บ่อนดังกล่าว ปลูกเป็นบ้าน 2 ชั้น มีเนื้อที่กว่า 1 ไร่ และมีการดัดแปลงเป็นบ่อนการพนัน สามารถจับกุมนักพนันขณะเล่นอยู่จำนวนมาก พร้อมของกลางไพ่และลูกเต๋าจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่าเป็นบ่อนของ ส.ก. ย่านบางนา ซึ่งมีการเปิดมาแล้วเป็นเวลานาน จากการตรวจสอบพบด้านหลังบ้านดังกล่าวมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างไว้สำหรับเล่นการพนัน โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้โดยรอบ ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งมีการสร้างช่องทางไว้หลบหนี โดยการเตรียมฆ้อนไว้ทุบกำแพง เพื่อหลบหนีเจ้าหน้าที่ ซึ่งในการบุกทลายบ่อนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร วางแผนไว้อย่างดี ขณะเข้าจับกุมได้มีการทุบกำแพงเพื่อเตรียมหลบหนี แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ทั้งหมด

จับหนุ่มโฟร์แมนลวงสาวม.4ผ่านFB

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM5OS8xOTk4NzE0LzkuanBn

พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ,พ.ต.ท.อาทิตย์ จันทา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน นำกำลังจับกุม นายศรีศักดิ์ อายุ 32 ปี ในข้อหากล่าวหา พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นจะเต็มใจไปด้วยก็ตาม หลังจับกุมได้ที่ตู้ยามนิตโย บริเวณหน้าศาลเจ้าปู่ย่า ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี

สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.อาทิตย์ ได้รับแจ้งจากนางน้อย นามสมมติ อายุ 41 ปี ชาวอ.กระนวน จ.ขอนแก่น ว่า น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ลูกสาวได้หายออกจากบ้าน เมื่อสอบถามเพื่อนทราบว่า น.ส.บี ได้ขึ้นรถทัวร์โดยสารประจำทางมา จ.อุดรธานี เพื่อมาหาแฟนหนุ่มที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊กได้ 3 วัน และไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ เกรงว่าจะโดนล่อลวงไปทำอันตราย

จึงมาแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามหาลูกสาว จนพบตัว นายศรีศักดิ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นโฟร์แมนของบริษัทแห่งหนึ่งและเข้าจับกุม โดยสารภาพว่าได้พา น.ส.บี ไปเปิดห้องพักบนถนนศรีสุข เขตบาลนครอุดรธานี ตำรวจจึงเดินทางไปค้นหา พร้อมนำตัวทั้งสองมาที่โรงพัก

จากการสอบสวน นายศรีศักดิ์ อ้างว่าเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ได้รู้จักกับ น.ส.บี ทางเฟซบุ๊ก และ พูดคุยกันมาตลอด โดยตนได้ร่วมหลับนอนกับ น.ส.บี 2 ครั้ง และชวน น.ส.บี กลับบ้าน เพื่อไปสู่ขอ อีกทั้งตนไม่ได้ข่มขืนหรือกักขังแต่อย่างใด

จากการสอบสวน น.ส.บี ให้การว่า ได้คุยกับนายศรีศักดิ์ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งนายศรีศักดิ์อ้างว่าเป็นเสี่ยรับเหมาก่อสร้าง เป็นลูกคนมีฐานะดี และจะนำเงินสินสอดมาสู่ขอ ทำให้ น.ส.บี หลงเชื่อแต่สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมพากลับบ้าน และไม่ยอมให้ออกไปไหน จนกระทั่งตำรวจตามสืบจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เปิดใจ! ชายถูกงูเหลือมยักษ์กัดปลายอวัยวะเพศ

คืบหน้าล่าสุดนายอัฎฐพร บุญมากช่วย อายุ 38 ปี ถูกงูเหลือม 3.50 เมตรกัดได้ออกจากห้องผ่าตัดพร้อมบอกต่อโดยเล่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันว่าช่วงเช้าประมาณ 06.30 น. ได้ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำปกติ ซึ่งทุกวันจะใช้เวลาถ่ายหนักถึง 30 นาที

13227151_248206252215081_7103734945182154585_n
โดยที่วันนี้ได้มองคอห่านว่าปกติดีไม่มีอะไรโผล่มา พอนั่งไปได้ 5 นาทีจู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมากัดที่ปลายอวัยวะเพศ จึงรีบใช้มือเอื้อมจับที่คองูทันที่ และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่ พอตั้งสติได้รีบร้องตะโกนหาภรรยาจากนั้น ภรรยาก็ร้องด้วยความตกใจแล้วรีบไปตามเพื่อนบ้านมาช่วย ซึ่งได้นำเชือกและมีดมาเพื่อจะรัดคองูเหลือม อีกทั้งรู้ว่าฟันของงูเหลือมนั้นคมจึงไม่สามารถกระชากได้กลัวอวัยวะเพศจะขาดเลยต้องค่อยงัดฟันงูเหลือมออกซึ่ง

บริการคาสิโนออนไลน์มาตรฐานระดับโลก ซึ่งเกมส์พนันคาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดภาพและเสียงจริงๆ จากคาสิโนจริงๆ เป็นคาสิโนที่ท่านจะสามารถตั้งตนเป็นเจ้ามือเองได้และเล่นบาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ และพนันกีฬาออนไลน์อย่าง แทงบอลออนไลน์ กับเพื่อนๆ ที่ออนไลน์ได้ทั่วโลก http://starvegas-slot.com/

งูเหลือมเองเมื่ออ่อนแรงก็ยอมปล่อย จากนั้นได้ใช้เชือกมัดคองูทันที ต่อมาให้เพื่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากตนเองเลือดออกเยอะมาก ก่อนจะมาหมดสติที่โรงพยาบาล ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีงูเลื้อยโผล่ขึ้นมาจากคอห่าน ทำให้ต่อไปนี้ไม่กล้านั่งอีกแล้วจะเปลี่ยนมานั่งกระโถนแทนด้วยความกลัววันนี้ (25 พ.ค.) แฟนเพจ คนข่าวบางปะกง ได้เผยแพร่ภาพขณะเจ้าหน้าที่กำลังจับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่ออกมาจากโถส้วม หลังชายเจ้าของบ้านถูกงูตัวนี้กัดเข้าที่อวัยวะเพศชาย

ขณะที่เขากำลังขับถ่ายรายงานระบุว่า ชายเจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากเสียเลือดมาก โดยเหตุเกิด ม.14 ต.บางวัว อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งได้เข้าช่วยและนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลทางด้านกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุได้จับเข้างูไว้ได้ แต่มันดูเหมือนจะไม่ยอมออกมาจากคอห่าน จนสุดท้ายต้องทุบคอห่านเพื่อนำตัวงูออกมา และพบว่างูเหลือมมีขนาดกว่า 3 เมตร หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ สร้างความสะพรึงให้กับชาวเน็ตที่ได้พบเห็นอย่างมาก

หื่น !!!เสพติดคลิปโป๊ ข่มขืนต่อเนื่อง

1465

จับโจรหนุ่มตระเวนชิงทรัพย์ ข่มขืนเหยื่อหลายราย ป้าวัย 52 ก็ไม่เว้น สารภาพเสพติดคลิปโป๊จนเกิดอารมณ์
(23 พ.ค.) ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ คุมตัว นายพรชัย อายุ 29 ปี ชาวอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ไปสอบสวนและแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังจากถูกเจ้าหน้าที่นำหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นอันตรายแก่กายสาหัสและข่มขืนกระทำชำเรา หลังเข้าจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.เชียงคำ จ.พะเยาสำหรับนายพรชัยเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมานาน ก่อนหน้านี้ระหว่างปลายเดือน มิ.ย. 2588 – พ.ค. 2559 เกิดเหตุคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายที่เป็นหญิงหลายราย ก่อนเข้าไปชิงทรัพย์และข่มขืนเหยื่อ เหตุเกิดบริเวณถนนวงแหวนรอบที่สาม ตั้งแต่แยกหลุยส์ อ.สันกำแพง ไปจนถึงแยกป่าข่อยใต้ อ.เมืองเชียงใหม่ รวมทั้งบนถนนเชียงใหม่-เชียงราย มีผู้เสียหายนับสิบราย บางรายได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังถูกข่มขืนหลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ได้ออกสืบสวนเพื่อติดตามจับกุม แต่เนื่องจากถนนที่เกิดเหตุเนทางเปลี่ยวและมืดทำให้ต้องออกหมายจับจากภาพสเกตช์จากคำให้การของผู้เสียหาย
กระทั่งเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง บริเวณถนนวงแหวนรอบที่สาม ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยได้ขี่จักรยานยนต์ตามประกบและถีบรถเหยื่อจนล้ม จากนั้นได้เข้าไปค้นทรัพย์สิน แต่พบเงินเพียง 20 บาท จึงข่มขืนก่อนหลบหนี แต่ครั้งนี้ตำรวจได้ภาพวงจรปิดจากโครงการโปลิศอาย บนเส้นทางที่เชื่อว่าคนร้ายใช้หลบหนีหลังก่อเหตุ จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับเข้าจับกุมได้ในที่สุดจากการสอบสวนนายพรชัย รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุมาทั้งหมด 8 ครั้ง ในจำนวนนี้ได้ข่มขืนเหยื่อไปแล้ว 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นหญิงวัยรุ่น มีเหยื่อที่อายุมากที่สุดคือ 52 ปี นายพรชัยบอกว่าทุกวันจะช่วยแม่ขายของที่ตลาดสันป่าข่อย อ.เมืองเชียงใหม่ และมักจะออกมาในช่วงกลางดึก ก่อนจะขี่จักรยานยนต์ไปตามเส้นทางเปลี่ยวเพื่อหาเหยื่อ หากพบเป็นหญิงมาคนเดียวก็จะลงมือทันที สาเหตุจูงใจเป็นเพราะต้องการหาเงินไปเที่ยวเตร่ ส่วนที่ลงมือข่มขืน ยอมรับว่าเป็นเพราะดูคลิปนวดน้ำมันและคลิปโป๊ผ่านยูทูปจนเกิดอารมณ์ทางเพศเป็นประจำทุกวันพ.ต.อ.ธีรพล อินทลิป รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุชิงทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์เมื่ออายุ 17 ปี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมติดคุกนาน 3 ปี หลังจากออกพ้นเรือนจำเมื่ออายุ 21 ปี ก็กลับมาก่อเหตุปล้นทรัพย์ร่วมกับพวกอีก 3 คน ในเขตท้องที่เชียงใหม่ ถูกจับกุมและจำคุก 8 ปี ภายหลังออกจากคุกได้ตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์และข่มขืน จนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยรับสารภาพเป็นการก่อเหตุในท้องที่ สภ.แม่ปิง 4 ครั้ง , สภ.ดอยสะเก็ด 3 ครั้ง และ สภ.สันทราย 1 ครั้งอย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะยังมีผู้เสียหายมากกว่านี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายที่คาดว่าเคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ให้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

พ่อแม่แห่ศพลูกชายวัย 14 ถูกแก๊งโจ๋ลวงฆ่า

พ่อแม่แห่ศพลูกชายวัย 14 ถูกแก๊งโจ๋ลวงฆ่า ลั่นถ้าจับไม่ได้ก็ไม่เผา

พ่อแม่นำศพลูกชายวัย 14 ปี ขึ้นรถกระบะร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกแก๊งโจ๋ลวงมาทำร้ายและฆ่า แต่คดีไม่คืบ ลั่นถ้าจับคนร้ายไม่ได้ก็ไม่เผาศพจากกรณีที่เด็กชายวัย 14 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นส่งไลน์ลวงมาฆ่า เนื่องจากแค้นที่ผู้ตายไปจีบแฟนเก่าของหนึ่งในแก๊ง ซึ่งผู้ตายได้ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหากับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา  ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 มีรายงานข่าวว่า พ่อของผู้ตายได้นำศพขึ้นรถกระบะ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ เพื่อนำหนังสือไปยื่นขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งจับกุมคนร้าย เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า

พ่อแม่แห่ศพลูกชายวัย 14 ถูกแก๊งโจ๋ลวงฆ่า ลั่นถ้าจับไม่ได้ก็ไม่เผา

โดยพ่อของผู้ตาย ระบุว่า ตนนำศพลูกมาแห่รอบตลาดอรัญประเทศ เพราะลูกชายถูกทำร้ายจนเสียชีวิตกว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ นอกจากนี้ทางญาติก็ได้พึ่งไสยศาสตร์ ด้วยการนำต้นบอน และใบบอนมาตบปากลูกชายเพื่อให้วิญญาณไปเข้าสิงคนที่ทำร้ายให้ออกมามอบตัว ซึ่งหากยังจับคนร้ายไม่ได้ตนก็จะไม่ยอมเผาศพลูกด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ตอนนี้รู้ตัวคนร้าย และได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว ขอให้สบายใจได้ว่าจับคนร้ายได้แน่นอน

ข่าวใหม่ สด ตลอด24.ชม